คืนวันนี้ (วันอังคาร) พรรคพวก “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโปรแกรมลงทำศึกทำสงคราม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยจะออกไปเยี่ยม เบิร์นลี่ย์ กลุ่มบ๊วย ซึ่งแน่ๆว่า กุนซือ ราล์ฟ รังนิก และก็ผู้ร่วมทีมหมายมั่นปั้นมืออย่างมาก

ที่จะแก้ตัวให้ได้ ข้างหลังพลาดท่าถูก มิดเดิ้ลสโบรช์ เขี่ย ไม่เข้ารอบสี่ เอฟเอ คัพ คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 4 เดือนกุมภาพันธ์ ถึงแม้เกมนี้ได้ เอดินสัน คาวานี่ กลับมาช่วยกลุ่ม แต่ก็ดันมีสองลำแข้งเลือดแซมบ้าพบ “โควิด-19” โจมตี แถมยังจำต้องเช็คความฟิตผู้เล่นตัวหลักบางบุคคล และก็นี่เป็นไลน์อัพ 11 ผู้เล่นตัวจริงในระบบ 4-3-3 ที่ รังนิก คงจะเลือกใช้ในเกมที่ เทิร์ฟ มัวร์

(อ้างอิงจาก manchestereveningnews.co.uk)

แมนยู2
 

 

– ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา
เกมนี้ นายด่านเลือดกระทิงดุวัย 31 ปี จะได้กลับมาเป็นตัวจริงอย่างไม่ต้องสงสัย ข้างหลังเปิดช่องให้ ดีน เฮนเดอร์สัน ได้โชว์ฝีมือในเกม เอฟเอ คัพ

– แบ็กโฟร์ : ดีโอโก้ ดาโลต์, ราฟาแอล วาราน, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ อเล็กซ์ เตลลิส ติด “โควิด-19”  ในขณะที่ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ เอริค ไบยี่ ยังไม่น่าจะพร้อมช่วยกลุ่ม ดังนั้นแนวรับก็เลยไม่น่าจะมีการเปลี่ยนจากเกมที่พบกับ “เดอะ โบโร่” โดย ดาโลต์ กับ ชอว์ เล่นเป็นฟูลแบ็กฝั่งขวาและก็ซ้าย ส่วนคู่เซนเตอร์แบ็กเป็น แม็กร์ กับ วาราน ถึงแม้รายข้างหลังมีลักษณะอาการซึ่งรู้สึกเจ็บเล็กน้อยจากเกมก่อน แต่ไม่น่ามีปัญหาสำหรับเกมนี้

แมนยู1

– แดนกลาง : ปอล ป็อกบา, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ถึงแม้เพิ่งฟิตกลับมา แต่ ป็อกบา เล่นได้โอเคทีเดียวในเกมเมื่อคืนวันศุกร์ ดังนั้นเจ้าตัวคงจะได้เป็นตัวจริงแบบสม่ำเสมอ โดยคู่คิดในแดนกลางของเจ้าตัวไม่น่าจะเป็นคนใดกันนอกจาก แม็คโทมิเนย์ เนื่องด้วย เฟร็ด ติด “โควิด-19” ส่วน แฟร์นันด์ส ที่มีลักษณะอาการเจ็บเล็กๆน้อยๆถือเป็นผู้เล่นที่ขาดไม่ได้ ยังไงก็คงจะได้ลงสั่งการเกมรุก แต่ถ้าหากไม่ฟิตจริง ก็มี เจสซี่ ลินการ์ด กลับมาเป็นตัวเลือก

– แนวรุก : เจดอน ซานโช, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, มาร์คัส แรชฟอร์ด รังนิก ได้ เอดินสัน คาวานี่ กลับมาช่วยกลุ่ม  แต่ยังไงตำแหน่งหัวหอกตัวเป้าก็ยังจะต้องเป็น โรนัลโด้ ถึง CR7 ฟอร์มหลุดแบบน่าสะอิดสะเอียนในเกมที่แล้ว ส่วนตัวริมเส้น แรชฟอร์ด กับ ซานโช คงจะได้รับช่องทางดังเดิม แต่ครั้งนี้ รังนิก ควรทำในสิ่งที่ควรทำพลาดท่า ซึ่งนั่นก็คือการใช้ ซานโช เล่นด้านขวาตามถนัด และก็ แรชฟอร์ด ฝ่าทางด้านซ้าย แต่ดาวรุ่งอย่าง แอนโธนี่ อีแลงก้า ก็แอบมีลุ้นเป็นตัวจริงด้วยเหมือนกัน ถึงแม้เพิ่งยิงจุดลูกโทษไม่เข้า ทำทีมไม่เข้ารอบ เอฟเอ คัพ ก็ตาม